PostHeaderIcon ทะเลสาบหนองหาน

เว็บไซต์CNN ได้รวบรวมทะเลสาบที่แปลกที่สุดในโลก ผลปรากฏว่า ทะเลสาบหนองหาน ทะเลบัวแดงของไทย ถูกจัดให้ติด 1 ใน 15 แห่งของทะเลสาบที่แปลกที่สุดในโลก เคียงข้างกับทะเลสาบชื่อดังทั่วโลก อย่าง ทะเลสาบเดดซี, หรือทะเลสาบฮิลลิเออร์ ทะเลสาบสีชมพู ในประเทศออสเตรเลีย 

ทะเลสาบหนองหาน สวย-แปลกที่สุดอันดับ2ของโลก
ทะเลสาบหนองหาน สวย-แปลกที่สุดอันดับ2ของโลก ทั้งนี้ CNN ได้เอ่ยถึงทะเลสาบหนองหานว่า “ดอกบัวแดงนับพันดอกที่เบ่งบานสะพรั่งเพียงปีละครั้งนั้น ได้เปลี่ยนทะเลสาบหนองหานให้กลายเป็นทุ่งดอกไม้ลอยน้ำขนาด 8,000 เอเคอร์ (ประมาณ 20,000 ไร่) สวนดอกไม้ลอยน้ำแห่งนี้จะเริ่มผลิดอกบัวแดงในช่วงเดือนตุลาคม เพียงไม่นานหลังจากฤดูฝน และดอกบัวแดงจะบานเต็มที่ในเดือนธันวาคม ซึ่งชาวบ้านที่อยู่ละแวกใกล้เคียง ก็จะนั่งเรือมาชมกับภาพอันวิจิตรตระการตานี้

       สำหรับช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะชมทะเลบัวแดง คือตอนกลางวันก่อนเที่ยง ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกบัวกำลังผลิบาน เผยให้เห็นถึงกลีบดอกบัวสีชมพูสวยงาม โดยทะเลสาบหนองหาน ตั้งอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี และดอกบัวแดงก็จะบานไปจนถึงเดือนมีนาคม”

 ทะเลสาบหนองหาน เป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และใหญ่เป็นอันดับ 2 (รองจาก บึงบอระเพ็ด) ของประเทศ ตั้งอยู่บริเวณ อำเภอเมืองสกลนคร อำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร มีเนื้อที่กว่า 77,000 ไร่ ความลึกเฉลี่ยประมาณ 2.0-10.0 เมตร เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด นกน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำที่สำคัญของประเทศไทย สันนิษฐานว่า เกิดจากการยุบตัว ของแผ่นเปลือกโลก อันเนื่องมาจากการถูกชะล้าง ของชั้นหินเกลือใต้ดิน จนเกิดโพรงขนาดใหญ่ และเกิดการพังทลาย ยุบตัวลงเป็นหนองน้ำในเวลาต่อมา ตามคติความเชื่อของ ชาวสกลนคร หนองหาร คือ ผลจากการกระทำ ของพญานาค สืบเนื่องมาจากการกระทำ อันผิดทำนองคลองธรรม ของชาย-หญิง ในตำนานผาแดง นางไอ่

 สำหรับทะเลสาบแปลก 15 แห่งทั่วโลก ตามการรวบรวมของ CNN มีดังนี้ 

1. Jellyfish Lake, Palau (ทะเลสาบแมงกะพรุน ประเทศปาเลา

2. ทะเลสาบหนองหาน ประเทศไทย 

3. La Brea Pitch Lake, Trinidad (ทะเลสาบยางมะตอย ประเทศตรินิแดด) 

4. Boiling Lake, Dominica (ทะเลสาบเดือด ประเทศโดมินิกัน) 

5. Lake Manicouagan, Canada (ทะเลสาบวงแหวน ประเทศแคนาดา) 

6. Laguna Colorada, Bolivia (ทะเลสาบสีแดง ประเทศโบลิเวีย) 

7. Mount Erebus, Antarctica (ทะเลสาบในภูเขาเอเรบัส ทวีปแอนตาร์กติกา) 

8. Lake Hillier, Australia (ทะเลสาบสีชมพู ประเทศออสเตรเลีย) 

9. Lake Superior, United States (ทะเลสาบคลื่นยักษ์ ประเทศสหรัฐอเมริกา) 

10. Medicine Lake, Canada (ทะเลสาบที่หายสาบสูญในช่วงหน้าหนาว ประเทศแคนาดา)

 11. Lake Natron, Tanzania (ทะเลสาบอุณหภูมิ 140 องศา ที่เปลี่ยนสัตว์ให้กลายเป็นหิน ประเทศแทนซาเนีย) 

12. Lake McKenzie, Australia (ทะเลสาบ 2 สี ประเทศออสเตรเลีย)

 13. Pavilion Lake, Canada (ทะเลสาบปะการัง สถานที่ที่ค้นพบสิ่งมีชีวิตจำพวกแรก ๆ ของโลก ประเทศแคนาดา) 

14. Lake Nyos, Cameroon 

15. Dead Sea, Israel/Jordan (ทะเลสาบเดดซี ประเทศอิสราเอล/จอร์แดน)

 www.mthai.com

PostHeaderIcon อันตรายจากกระดาษซับน้ำมันจากอาหาร

กระดาษทิชชูซับน้ำมัน

ระวัง! ใช้กระดาษทิชชู่ซับน้ำมัน เสี่ยงสารก่อมะเร็ง

PostHeaderIcon การแยกขยะ

มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นว่า ทำไมคนบ้านเขาถึงแยกขยะในบ้านกันอย่างเอาจริงเอาจัง บางเมืองแยกกันถึง 16 ประเภทเลย แถมยังมีคู่มือสำหรับนักแยกขยะอีกต่างหาก ทำไมเขาไม่โยนๆ ใส่ถังขยะหมดแบบบ้านเราล่ะง่ายกว่าตั้งเยอะ อันที่จริงการที่เขาแยกขยะกันจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไม่ใช่เพื่อความเป็นระเบียบอย่างเดียว เพราะการแยกขยะในบ้านที่มีทั้งกระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ เศษอาหาร หรือแม้แต่ขยะมีพิษ มีประโยชน์มากกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก นั่นคือ

1. ช่วยลดปริมาณขยะลง ::: เพราะเมื่อแยกวัสดุส่วนที่ยังมีประโยชน์ เช่น แก้ว กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ ฯลฯ จะเหลือขยะจริงๆ เพื่อนำไปกำจัดน้อยลง
2. ประหยัดงบประมาณที่ใช้เพื่อการกำจัดขยะ ::: เมื่อขยะที่ต้องกำจัดลดลง เช่น กทม. ต้องเก็บขยะวันละเกือบ 9,000 ตัน ใช้งบประมาณถึง 2,000 ล้านบาทต่อปี ใช้เจ้าหน้าที่กว่า 10,000 คน ใช้รถเก็บขยะกว่า 2,000 คัน เรือเก็บขนขยะหลายสิบลำ ถังขยะนับหมื่นใบ ต้องจ้างฝังกลบขยะตันละกว่า 100 บาท และใช้เป็นเงินเดือนเจ้าหน้าที่อีกมหาศาล เมื่อใช้งบประมาณน้อยลง สามารถนำไปพัฒนาด้านอื่นเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้
3. ช่วยลดการสิ้นเปลืองพลังงานและทรัพยากร ::: ด้วยการนำวัสดุประเภท แก้ว กระดาษ โลหะ พลาสติก ฯลฯ ไป Recycle หมุนวียนใช้ใหม่ ซึ่งบางอย่างสามารถขายได้ช่วยเพิ่มรายได้เล็กๆ น้อยๆ เข้ากระเป๋าด้วย
4. ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมเกิดมลพิษต่อโลกน้อยลง ::: ช่วยลดการเกิดภัยธรรมชาติที่รุนแรงลง

เมื่อเห็นประโยชน์ของการแยกขยะแล้ว ก็เกิดคำถามตามมาอีกว่าต้องแยกขยะอย่างไร ซึ่งบอกเลยว่าง่ายมาก หลักๆ แล้วก็จะแยกขยะออก 4 ประเภทด้วยกัน คือ
• ขยะเปียก เศษอาหารต่างๆ ใบไม้ ที่ย่อยสลายได้ ถ้าที่บ้านมีสวนอาจนำไปทำปุ๋ยแบบธรรมชาติได้
• ขยะย่อยสลายไม่ได้ ไม่มีพิษ แต่เปื้อนอาหาร เช่น โฟม ฟอล์ย ถุงพลาสติก ซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
• ขยะรีไซเคิล ขยะยังใช้ได้ เช่น กระดาษ แก้ว พลาสติก โลหะ
• ขยะมีพิษอันตราย เช่น ขวดยา หลอดฟลูออเรสเซนต์ ถ่านไฟฉาย กระป๋องสเปรย์ ยาฆ่าแมลง ฯลฯ สารพิษในขยะประเภทนี้ทำให้ป่วยเป็นโรคต่างๆ ได้

เพื่อที่จะได้ไม่เบื่อกับการแยกขยะไปเสียก่อน อาจหาถังขยะเป็นสีๆ เช่น เขียว ฟ้า เหลือง และส้ม มาแยกขยะตามประเภท หรือเลือกถังขยะดีไซน์โดนๆ ที่เห็นแล้วอยากแยกขยะทุกวัน หรือใส่ไอเดีย DIY รียูสของในบ้านพวกถุงผ้าที่ได้รับแจกมาเยอะแยะ หรือตะกร้าหวายเก่ามาตกแต่งให้กลายเป็นถังขยะใบเดียวในโลกไว้ใช้ก็ได้
การแยกประเภทขยะก่อนทิ้งอาจจะทำให้เราต้องทำอะไรมากขึ้น แทนที่จะหยิบไปทิ้งที่ถังขยะเลย แต่อย่างน้อยก็เป็นการช่วยโลกของเราโดยไม่ได้ออกแรงมากมาย แค่ใส่ใจมากขึ้นอีกหน่อย และเริ่มทำได้ง่ายๆ ที่บ้านเรานี่เอง

ที่มา garbage.classification blog

PostHeaderIcon ลักลอบขุดน้ำมัน

PostHeaderIcon test

PostHeaderIcon ทดสอบระบบ

วว. ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์บำรุงสมองเสริมสร้างความจำ “Braini-Tab” สู่เชิงพาณิชย์

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์เภสัชโภชนภัณฑ์บำรุงสมองเสริมสร้างความจำ “Braini-Tab” ให้แก่บริษัท รอยัล ฟาวน์เดชั่น จำกัด เพื่อนำไปผลิตในเชิงพาณิชย์ สร้างความเข้มแข็งผู้ประกอบการไทย สร้างความมั่นคงให้แก่เศรษฐกิจของประเทศด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้ว่าการ วว. กล่าวชี้แจงว่า จากความสำเร็จของฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ในการวิจัยและพัฒนา ผลิตภัณฑ์เภสัชโภชนภัณฑ์ในการบำรุงสมอง และเสริมสร้างความจำจากพืชผักสมุนไพร ให้ได้เป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบยาเม็ด “Braini-Tab” ซึ่งรับประทานง่าย และมีประสิทธิภาพในการบำรุงสมอง และเสริมสร้างความจำ ที่สามารถนำมาใช้ได้ทั้งในเด็กที่ต้องการช่วยเสริมประสิทธิภาพในการจดจำและการเรียนรู้ และในผู้สูงอายุที่มีอาการเริ่มต้นของภาวะสมองเสื่อมนั้น เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเข้าสู่ระบบการผลิตในเชิงพาณิชย์ วว. ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์นี้ให้แก่ผู้ประกอบการไทยคือ บริษัท รอยัล ฟาวน์เดชั่น จำกัด ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ซึ่งผลิตจากสมุนไพรไทย อันจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการไทย และสร้างความมั่นคงให้แก่เศรษฐกิจของประเทศด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ทั้งนี้ บริษัท รอยัล ฟาวน์เดชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีนั้น จะได้สิทธิจาก วว. ในการผลิตผลิตภัณฑ์เภสัชโภชนภัณฑ์บำรุงสมองเสริมสร้างความจำ “Braini-Tab” เพื่อผลิตเชิงพาณิชย์เป็นระยะเวลาการใช้สิทธิ์ 5 ปี รวมกับระยะเวลาในการขออนุญาตการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประมาณ 1 ปี รวมเป็นระยะเวลาทั้งสิ้นไม่เกิน 6 ปี นับแต่วันลงนามในบันทึกข้อตกลง

ดร.กฤติยา ทิสยากร นักวิจัย ฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ วว. ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่าผลิตภัณฑ์ “Braini-Tab” สามารถลดระดับของ acetylcholinesterase ได้เช่นเดียวกับ Aricept® (donapezil) ซึ่งเป็นยารักษาอาการของโรคอัลไซเมอร์ในกลุ่มของ acetylcholinesterase inhibitor ดังนั้นฤทธิ์ในการเสริมความจำของ “Braini-Tab” อาจจะเกี่ยวข้องกับ cholinergic pathway การประเมินความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ได้ศึกษาทั้งต่อสัตว์ทดลองและต่อเซลล์ชนิดต่างๆ ซึ่งพบว่า “Braini-Tab” มีความปลอดภัยทั้งต่อสัตว์ทดลองและเซลล์ การศึกษาประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์ต่อความจำในอาสาสมัคร พบว่า “Braini-Tab” มีแนวโน้มในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองทั้งในกลุ่มคนปกติและผู้ป่วยที่มีภาวะความจำเสื่อมในระยะเริ่มต้น โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ต่อร่างกายเมื่อรับประทานทุกวันเป็นเวลา 3 เดือน

“วว. คัดเลือกผักใบเขียว ได้แก่ ผักปวยเล้ง บัวบก และบร็อคโคลี่ มาศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา พบว่า ผักปวยเล้ง แสดงฤทธิ์ในการเสริมความจำได้ดีที่สุดทั้งในการศึกษาแบบให้ต่อเนื่อง 4 และ 21 วัน จึงได้นำเอาผักปวยเล้งมาเป็นองค์ประกอบหลักในพัฒนาสูตรตำรับได้เป็นยาเม็ดชนิดเคลือบฟิล์มแบบธรรมดา (plain-coated tablet) และตั้งชื่อว่า Braini-Tab”

พล.ต.พยงค์ สุขมา ประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ระดับ 10 กองงานส่วนพระองค์ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ บริษัท รอยัล ฟาวน์เดชั่น จำกัด กล่าวว่า ความร่วมของ วว. และบริษัท นอกจากจะสร้างความเข้มแข็งของผู้ประกอบการไทยและสร้างความมั่นคงของประเทศแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนให้เกษตรกรมีรายได้เสริมจากการปลูกสมุนไพรไทยด้วย

“โรคอัลไซเมอร์พบได้เป็นอันดับหนึ่งในผู้สูงอายุ ฉะนั้นการศึกษาสมุนไพรอย่างเป็นระบบ มีวิช่าการรองรับ รวมทั้งมีการนำทรัพยากรสมุนไพรมาใช้ประโยชน์เต็มประสิทธิภาพนั้น จะช่วยลดการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ แม้ว่าการแพทย์จะก้าวลำไปเพียงใด แต่สมุนไพรไทยยังมีบทบาทสำคัญต่อการแพทย์อย่างต่อเนื่อง”
พล.ต.พยงค์ สุขมา กล่าว

นางสาวศันสนีย์ สุโรจน์วานิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท รอยัล ฟาวน์เดชั่น จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือที่เกิดขึ้นถือเป็นมิติใหม่อีกครั้งของภาครัฐและเอกชนที่จะช่วยสร้างอนาคตของเด็กและผู้สูงอายุ และเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรเนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ช่วยผู้ป่วยอัลไซเมอร์เพื่อป้องกันการเกิดของโรคในช่วงเริ่มต้น ปัจจุบันทั่วโลกมีผู้ป่วยอัลไซเมอร์ประมาณ 20 ล้านคน หากป้องกันได้จะทำให้ตัวเลขดังกล่าวลดลง ทั้งนี้บริษัทจะทำการตลาดผลิตภัณฑ์ที่รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก วว. ให้เร็วที่สุดทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ โดยจะขยายตลาดไปยังภาคพื้นเอเชีย ยุโรป และอเมริกา

PostHeaderIcon 5 วิธีเลี่ยงโซเดียม ก่อนไตวาย

 
ข้อเท็จจริงของผลิตภัณฑ์อาหารที่มีโซเดียม มากและส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค โดยความร่วมมือของ 4 หน่วยงานที่ทำงานเพื่อสุขภาพ คนไทย …ได้แก่ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย สำนักกรรมการอาหารและยา เครือข่ายลดบริโภคเค็ม และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่า เรามีวิธีลดปริมาณโซเดียมในอาหารประจำวัน ดังต่อไปนี้

1.หลีกเลี่ยงการใช้เกลือในการปรุงอาหาร และเลือกเติมเครื่องปรุงที่มีปริมาณโซเดียมไม่เกินปริมาณที่กำหนด

2.หลีกเลี่ยงอาหารประเภทดองเค็มทุกประเภท3.ไม่เติมผงชูรสในอาหาร4.หลีกเลี่ยงการกินน้ำซุปที่มากับน้ำก๋วยเตี๋ยว5.ตรวจดูปริมาณโซเดียมบนฉลากอาหารสำเร็จรูปทุกประเภท และหลีกเลี่ยงประเภทที่มีปริมาณโซเดียมเกินกำหนด กินโซเดียมแต่น้อย ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง และโรคไตได้ค่ะ

www.teenee.com/

PostHeaderIcon เขื่อนแม่วงก์

วันนี้(23 ก.ย.) มีรายงานข่าวว่า นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เผยว่า ในวันที่ 25 ก.ย.นี้จะมี คนในพื้นที่แม่วงก์จะออกมาแสดงการสนับสนุนการสร้างเขื่อนซึ่งตนเห็นว่าควรจะมีการพูดคุยกันเอง

ในส่วนที่มีคนบอกว่า เขื่อนแม่วงก์จะลดปัญหาน้ำท่วมได้เพียง 1 เปอร์เซ็นนั้น ก็ต้องสร้าง เพราะการสร้างเขื่อนประกอบด้วยเขื่อนเล็กและใหญ่ รวม 21เขื่อน เมื่อรวมพลังกันทั้งหมดแล้วจะเป็นพลังขนาดใหญ่ในการสู้กับน้ำท่วมได้ ซึ่งถือแม้ว่าการสร้างเขื่อนแม่วงก์จะเก็บกักน้ำได้เพียงร้อยละ 10 ของจำนวนเขื่อนทั้งหมด แต่จำเป็นต้องร่วมกันทำ

นายปลอดประสพ เผยต่ออีกว่า สำหรับการปลูกป่าทดแทนนั้นจะต้องปลูกที่แม่วงก์ เพราะอุทยานแม่วงก์มีพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมเยอะ เราก็ไปทำเป็นป่าสมบูรณ์ แล้วก็สร้างเท่าหนึ่งของปริมาณน้ำท่วม ป่ามันสร้างได้ แต่มันใช้เวลา เหมือนกับป่ายุโรปที่หลังสงครามโลกไม่เหลือเลย เขาก็สร้างขึ้นมาจนเต็มพื้นที่ เหมือนเมืองไทยมีโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ แต่เมื่อถึงครั้งเสียสละเราก็ต้องเสียสละ และทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะมีความสามารถ ไม่ใช่ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง

MthaiNews

PostHeaderIcon พบต้นข้าวยักษ์สูงถึง 3 เมตร ต.แม่สลองใน จ.เชียงราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวรญาณ บุญณราช นายอำเภอแม่ฟ้าหลวง พร้อมด้วยนายปิยะเดช เชิงพิทักษ์กุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แม่สลองใน จ.เชียงราย และชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่า เข้าร่วมสำรวจที่บริเวณแปลงเกษตรบนยอดดอยสูง บ้านอาแหม ม.3 ต.แม่สลองใน หลังได้รับแจ้งมาว่ามีต้นข้าวยักษ์ มีความประหลาดขึ้นสูงกว่าต้นข้าวทั่วไป จึงเข้าไปตรวจพิสูจน์ ซึ่งต้องเดินเท้าฝ่าดงป่าเข้าไป จึงได้พบต้นข้าวอะเมซซิ่งดังกล่าว ที่มีขนาดความสูงร่วม 3 เมตร สูงกว่าคนทั่วไป ผุดขึ้นมาจากดินภูเขา

ทั้งนี้ นายปิยะเดช กล่าวว่า การที่มีต้นข้าวสูงต้นได้ถึง 3 เมตร บนภูเขาได้นั้น เชื่อว่าดินบริเวณนั้นจะต้องมีความอุดมสมบูรณ์ มีแร่ธาตุใต้ชั้นดินสูง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่แปลก เพราะต้นข้าวทั่วไปจะสูงไม่มาก และพื้นที่ปลูกต้องมีเรื่องน้ำหล่อเลี้ยง แต่กรณีนี้อยู่บนภูเขาที่มีระดับความสูงจากน้ำทะเลมาก แต่ต้นข้าวสามารถยืนต้นได้สูงเพียงนี้ ซึ่ง อบต.จะเข้าส่งเสริมให้ชาวไทยภูเขาเร่งปลูกข้าว โดยยึดแนวทางพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้นำทฤษฎีเกษตรพอเพียงมาใช้ในพื้นที่ให้มากที่สุด เพื่อสร้างพันธุ์ข้าวแปลกใหม่เช่นนี้ให้เกิดขึ้นครอบคลุมบนดอย

MThai News

PostHeaderIcon แพทย์จีนเจ๋ง! ปลูกถ่ายจมูกใหม่ให้ผู้ป่วยสำเร็จ

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า วงการแพทย์จีนได้สร้างความฮือฮาด้วยการปลูกถ่ายจมูกให้กับชายคนหนึ่งหลังเขาประสบอุบัติเหตุจนส่งผลให้กระดูกอ่อนตรงจมูกของเขาเกิดอาการติดเชื้อ จนไม่สามารถรักษาให้หายเป็นปกติได้ ทางศัลยแพทย์ประจำโรงพยาบาลจี้ฮุยที่ทำการรักษาอาการ จึงทำการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อเพื่อนำมาแต่งเติมกับจมูกที่เสียหาย

ปลูกถ่ายอวัยวะ, ปลูกถ่ายจมูก, ข่าวประเทศจีน

โดยได้ผ่าตัดปลูกถ่ายเนื้อเยื่อที่บริเวณหน้าผาก ด้วยการสร้างพื้นที่ว่างผิวหนังบริเวณดังกล่าวขยายตัวก่อนจะจัดทรงให้มีลักษณะคล้ายจมูก จากนั้นจึงนำกระดูกจากซี่โครงของเขามาปลูกถ่ายเป็นจมูกอันใหม่ให้แก่เขา ซึ่งจมูกที่ปลูกถ่ายใหม่นี้มีลักษณะเช่นเดียวกับจมูกปกติ คือมีผิวหนัง เส้นเลือด กระดูกอ่อน ส่วนประกอบอื่นๆ และที่สำคัญสามารถใช้การได้เหมือนของจริง รับรู้ถึงกลิ่นต่างๆ เช่นเดียวกับคนทั่วไป

อย่างไรก็ดีการปลูกถ่ายดังกล่าวได้ดำเนินมากว่า 8เดือนแล้ว และคาดว่าอีกไม่นานการปลูกถ่ายจมูกกลับไปยังตำแหน่งเดิมจะเกิดขึ้นเร็ววันนี้ โดยที่แผลปลูกถ่ายบริเวณหน้าผากจะมีร่องรอยของแผลเป็นเล็กน้อยเท่านั้น สำหรับการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อจมูกเคยประสบผลสำเร็จมาแล้วที่อังกฤษ โดยคราวนั้นศัลยแพทย์ได้ทำการปลูกถ่ายจมูกให้แก่ผู้ป่วยที่บริเวณแขน

MThai News