Archive for September, 2014

PostHeaderIcon ขวดน้ำแนวใหม่ รูปสี่เหลี่ยมแบน!


เคยสงสัยไหมว่า ทำไม? ขวดน้ำจึงเป็นทรงกลมยาว ด้วยคำถามนี้จึงมีคนหัวใส สร้างสรรค์ขวดน้ำรูปทรงแปลใหม่ขึ้นมาเป็นขวดน้ำทรงสี่เหลี่ยมแบบยาวเหมือนกับกระดาษหรือสมุดโน้ต ผู้คนส่วนใหญ่มักใช้ขวดพลาสติกครั้งเดียวแล้วก็ทิ้ง ทำให้เกิดปัญหาขยะและมลภาวะ แต่เจ้าขวดใบนี้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก แถมรูปทรงของมันก็ยังเก๋ไก๋มากอีกด้วย

เจ้าขวดใบนี้มีชื่อว่า “memobottle” ผลิตจากพลาสติก BPA ที่สามารถใช้เครื่องล้างจานล้างได้ แถมยังสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ไม่รู้จบ เจ้าขวดเมโมนี้ยังมีหลายขนาดด้วยกัน คือ ไซส์จดหมาย A4 A5 ซึ่งแน่นอนว่ามันพกพาได้สะดวกเพราะรูปร่างที่บางเฉียบเหมือนสมุดโน็ตทำให้สามารถใส่ลงประเป๋าพร้อมกับสมุด หนังสือ หรือแล็ปท๊อปได้โดยไม่เป็นปัญหา

เรียกได้ว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะจริงๆ ไม่รู้ว่าเจ้าขวดเมโมนี้จะผลิตออกจำหน่ายเมื่อไร แต่ถ้าเริ่มจำหน่ายจริงคาดว่าน่าจะขายดีถล่มทลายเลยทีเดียว

www.teenee.com

PostHeaderIcon จริงไม๊? แตงกวาขมเพราะงูเลื้อยผ่าน


จริงหรือ? ′แตงกวา′ขมเพราะงูเลื้อยผ่าน
ความจริงแล้วรสขมที่เกิดขึ้นในแตงกวาบางลูกนั้น ไม่เกี่ยวกับงูเลื้อยผ่านแต่อย่างใด แต่เกิดจากสารควบคุมความขมในผักตระกูลแตงที่ชื่อว่า Cucurbitacin ซึ่งหากเมื่อใดก็ตามที่สารนี้มีคุณสมบัติเป็นยีนเด่นแตงกวาลูกนั้นก็จะมีรสขม และในทางกลับกันหากเป็นยีนด้อยแตงกวาลูกนั้นก็จะไม่มีรสขม

นอกจากนี้ยังมีเอนไซม์ที่ชื่อว่าElaterase อีกตัวที่กำหนดระดับความขม โดยตัวมันเองมีหน้าที่ดึงน้ำออกจากสาร Cucurbitacin หากน้ำถูกดึงออกไปมากแตงกวาก็จะมีรสขมน้อยนั่นเอง   ในแตงกวามีปริมาณน้ำ 96% และมีคุณสมบัติช่วยในการดับร้อนให้กับร่างกาย

………….

ที่มา : สวทช.

PostHeaderIcon ต้มไข่ไม่ใช้น้ำ

ต้มไข่ไม่ใช้น้ำ

PostHeaderIcon กล้วย 4 ผล

กล้วย เป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณมากมาย สามารถนำมาทำอาหารได้หลายชนิด อีกทั้งยังดีต่อสุขภาพทั้งภาพในและภายนอก หลายคนอาจชอบทานกล้วยกันอยู่แล้ว แต่รู้ไหมว่ากล้วยนั้นไม่ได้มีประโยชน์เพียงตอนสุกเท่านั้น แต่ในทุกระยะกล้วยต่างก็มีประโยชน์ด้วยกันทั้งสิ้น วันนี้ที่นี่ดอทคอมขอนำเสนอประโยชน์จากกล้วย 4 วัย ที่ทานแล้วได้ประโยชน์

1. กล้วยดิบ

ลักษณะที่เด่นชัดคือ มีเปลือกสีเขียวสด เนื้อกล้วยมีสีขาว หากจับดูจะแข็งกว่ากล้วยระยะอื่นๆ ในกล้วยดิบนี้จะมีรสฝาดซึ่งมีสารชื่อว่า แทนนิน ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และช่วยป้องกันผนังกระเพาะลำไส้ไม่ให้เชื้อโรคและอาหารรสเผ็ดจัด เช่น พริก เข้าไปทำลายผนังกระเพาะลำไส้ ช่วยแก้ท้องเสีย

2. กล้วยที่เพิ่งเริ่มสุก (กล้วยห่าม)

สังเกตุง่ายๆ คือ เปลือกยังมีสีเขียวอยู่ประปราย ลักษณะจะมีความนุ่มมากขึ้น สามารถเป็นได้ทั้งยาและอาหารที่ดีมากสำหรับคนท้องเสีย เพราะนอกจากจะช่วยแก้ท้องเสียแล้ว ยังช่วยหล่อลื่นลำไส้ ช่วยเพิ่มกากเวลาขับถ่าย กล้วยระยะนี้มีธาตุโพแทสเซียมสูงมาก ดังนั้นเวลาท้องเสียแล้วรับประทานกล้วยห่าม เท่ากับให้ธาตุโพแทสเซียมไปด้วย

3. กล้วยสุก

จะมีสีเหลืองเพิ่มมากขึ้น และอาจมีจุดสีน้ำตาลประปราย มีความนิ่มมากขึ้น กล้วยระยะนี้เป็นยาระบายแก้ท้องผูกที่ดีที่สุด เพราะมีสารเพ็กตินอยู่มาก ช่วยเพิ่มกากในลำไส้ หากรับประทานเป็นประจำวันละ 5-6 ลูก จะเห็นผลว่าการขับถ่ายดีขึ้น


4. กล้วยสุกงอม

มีสีน้ำตาลมากขึ้นตามเปลือกกล้วย และมีความนิ่มมากที่สุด ส่วนใหญ่คนมักไม่นิยมรับประทานกล้วยระยะนี้ เพราะคิดว่ามันคงเน่าแล้ว กล้วยที่สุกเต็มที่จะสร้างสารที่เรียกว่า TNF ซึ่งมีความสามารถที่จะไปต่อสู้กับเซลล์ที่ผิดปกติ ยิ่งกล้วยสุกมากเท่าไหร่ ก็จะเกิดจุดสีดำที่เปลือกมากขึ้น ยิ่งมีจุดดำนี้มากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้เกิดภูมิต้านทานมากขึ้น

ซึ่งในการทดลองโดยศาสตราจารย์ญี่ปุ่นแห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว ในการเปรียบเทียบประโยชน์ที่ได้จากผลไม้ต่างๆ พบว่าว่า กล้วยให้ผลดีที่สุด มันช่วยให้เม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น เพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย และสร้างสารต้านมะเร็ง


ต่อไปนี้เราก็สามารถทานกล้วยได้อย่างมีความสุขมากขึ้นแล้วนะคะ เพราะกล้วยทุกระยะนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากจริงๆ หากทานไม่ทัน กลัวว่าจะเน่าก่อน ก็นำไปแปรรูปเป็นอาหารอื่นๆ ที่คุณชอบก็ได้ค่ะ

เรียบเรียงโดยที่นี่ดอทคอม

ขอบคุณข้อมูลจาก :: www.thaihealth.or.th